Menu Close

การฟื้นฟู หรือ กายภาพบำบัด

การฟื้นฟู หรือ กายภาพบำบัด

การทำกายภาพบำบัด

ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (ตอนที่ 1)

โรคหลอดเลือดสมอง คือ ภาวะซึ่งสมองขาดเลือดไปเลี้ยงโดยสาเหตุอาจเกิดจากการอุดตันหรือการแตกของหลอดเลือดในสมอง ซึ่งจะส่งผลต่อระบบประสาทสั่งการ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อและอัมพาตของแขนขาเกิดขึ้นนอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบอื่นของร่างกาย เช่น การรับความรู้สึก ภาวะกลืนลำบากซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการสำลักและอาจเกิดภาวะปอดอักเสบตามมา การพูดและการสื่อความหมาย ความจำ และอารมณ์ เป็นต้น การฟื้นฟูสภาพมีเป้าหมายสำคัญคือให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถกลับไปดำรงชีวิตได้ดังเดิมตามอัตภาพ ซึ่งการฟื้นฟูช่วงแรกในระยะเฉียบพลันก็เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น การฝึกหายใจหรือการช่วยระบายเสมหะเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ การออกกำลังเพื่อป้องกันข้อติด แต่เมื่อผ่านระยะเฉียบพลันไปแล้วการฟื้นฟูสภาพจะเป็นการฝึกเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตนเองได้สูงสุดโดยการฝึกกายภาพบำบัดเพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวและการเคลื่อนย้าย เช่น ฝึกการเคลื่อนไหวบนเตียง การลุกนั่ง ยืน เดิน การทรงตัว การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกำลังและความทนทานของกล้ามเนื้อ เป็นต้น สำหรับการฝึกด้านกิจกรรมบำบัดก็เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวันเช่น การใส่เสื้อผ้า แต่งตัว การดูแลสุขอนามัยของตนเอง การรับประทานอาหาร การฝึกการใช้งานของมือ เป็นต้น ในส่วนของการฟื้นฟูด้านอื่น ๆ ก็จะขึ้นกับปัญหาที่พบในผู้ป่วยแต่ละราย ดังนั้นการฟื้นฟูในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจึงต้องอาศัยทีมงานในการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักแก้ไขการพูด และบุคลากรอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยสิ่งสำคัญที่จะทำให้การฟื้นฟูได้ผลลัพธ์ที่ดีก็คือความร่วมมือของผู้ป่วยและญาติในการฝึกและการดูแลผู้ป่วยร่วมกันกับทีมที่ให้การรักษาเพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพและผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตและช่วยเหลือตนเองได้สูงสุดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีดังที่กล่าวมาในตอนต้น

การทำกายภาพบำบัด

ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (ตอนที่ 2)

การทำกายภาพบำบัดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง คืออะไร

คือ การช่วยเหลือและฝึกหัดผู้ป่วยให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วน การทำกายภาพบำบัดในช่วงแรกก็เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน และกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหว เช่น การเคลื่อนไหวบนเตียงการเคลื่อนไหวข้อต่อต่าง ๆ การลุกนั่ง ฝึกหายใจ เป็นต้น ซึ่งจะต้องอาศัยญาติหรือผู้ดูแล มีส่วนร่วมในการช่วยทำ

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ ข้อติด กล้ามเนื้อหดเกร็ง อาการปวดตามข้อ อาการขาบวมมือบวม และอาการเวียนศีรษะจากการนอนนาน เป็นต้น
  2. เพื่อกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวร่างกายตลอดจนการเคลื่อนย้าย ทั้งนี้เพื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฝึกการทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง เช่น การเคลื่อนย้ายตัวบนเตียง การลุกนั่ง ยืน เดิน และการทรงตัว เพื่อให้สามารถฝึกกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การรับประทานอาหาร การอาบน้ำ การสวมใส่เสื้อผ้า การแต่งตัว เป็นต้น
  3. เพื่อให้ผู้ป่วยเห็นความก้าวหน้าจากการฟื้นตัวของระบบประสาทและกำลังกล้ามเนื้อ ทำให้มีกำลังใจในการฝึกฟื้นฟูสภาพต่อไป
  4. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปดำรงชีวิตตามปกติหรือประกอบอาชีพได้ตามอัตภาพของผู้ป่วยแต่ละราย

 

จะเริ่มต้นทำได้เมื่อไหร่ บ่อยแค่ไหน

  1. สามารถเริ่มทำกายภาพบำบัดได้ ตั้งแต่อยู่ในโรงพยาบาล โดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้ประเมินว่าอาการอ่อนแรงหรืออาการทางระบบประสาทที่เกิดขึ้นคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ผู้ป่วยมีสัญญาณชีพปกติ ไม่มีข้อห้ามใด ๆ ก็จะสามารถเริ่มทำกายภาพบำบัดได้ พร้อมทั้งแนะนำข้อควรระวังต่าง ๆ ให้ญาติและผู้ป่วยทราบ
  2. สามารถทำกายภาพบำบัดได้ทุกวัน วันละ 2-3 เวลา รอบละ 15-30 นาที
  3. เมื่อผู้ป่วยกลับบ้าน และแข็งแรงมากขึ้น สามารถเพิ่มเวลาเป็น 30-45 นาทีต่อรอบ ทั้งนี้โดยดูตามอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก

 

ข้อห้ามในทำกายภาพบำบัด เมื่อ….

  1. มีไข้สูงเกิน 39 องศา หนาว ตัวสั่น
  2. หายใจลำบากหรือหอบ เหนื่อย เจ็บแน่นหน้าอก
  3. มีอาการซึม หรือมีอาการสับสนผิดปกติไปจากเดิม
  4. มีอาการปวดตามข้อ อย่างรุนแรง (ซึ่งอาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การอักเสบของข้อ ข้อเคลื่อนหลุด เป็นต้น)
  5. มีอาการปวดขา ขาบวมหรือแดงอย่างเห็นได้ชัดเจน (ซึ่งอาจจะเกิดจากหลอดเลือดดำอุดตัน)
  6. ความดันโลหิตสูงเกินไป (ตั้งแต่ 160/110 มิลลิเมตรปรอท) หรือ ต่ำเกินไป (ตั้งแต่ 90/60 มิลลิเมตรปรอท)

หมายเหตุ : หากมีอาการข้างต้นควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อหาสาเหตุและรักษาต่อไป

 

วิธีการทำกายภาพบำบัด

ในแอพลิเคชันนี้ มีการทำกายภาพบำบัดเบื้องต้น โดยญาติหรือผู้ดูแลสามารถทำตามได้ และเมื่อผู้ป่วยแข็งแรงขึ้น มีการฟื้นตัวทำให้มีกำลังกล้ามเนื้อมากขึ้น ท่านสามารถพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลหรือคลินิกใกล้บ้าน เพื่อฝึกกายภาพบำบัด ซึ่งอาจจะมีความยากและซับซ้อนขึ้นตามความสามารถและการฟื้นตัวของระบบประสาทในผู้ป่วยแต่ละราย ต่อไป

 

วิธีการทำกายภาพบำบัด ตามตัวอย่างในคลิปวิดีโอ มีดังนี้

  1. การเคลื่อนไหวข้อต่อ แบบผู้อื่นทำให้ผู้ป่วย
  2. การจัดท่านอนและท่านั่ง ที่ถูกต้อง
  3. การฝึกเคลื่อนย้ายตัวบนเตียง
  4. การออกกำลังกล้ามเนื้อ แบบผู้ป่วยทำเอง
  5. การฝึกการทรงตัว ในท่านั่งและท่ายืน
  6. การพยุงผู้ป่วยเดินในระยะสั้นๆ

 










Posted in โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหลอดเลือดและสมอง, โรคเส้นประสาท

บทความที่เกี่ยวข้อง