Menu Close

โรคไมเกรนมีอาการอย่างไร

โรคไมเกรนมีอาการอย่างไร?

      สามารถแบ่งอาการจากโรคไมเกรนได้ดังนี้
อาการนำ: คือ อาการที่เกิดนำก่อนการปวดศีรษะ อาจนำก่อนเป็นนาที่หรือเป็นชั่วโมงหรือเป็นวันซึ่งจากลักษณะอาการนำแบ่งผู้ป่วยไมเกรนได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

1. อาการไมเกรนแบบคลาสสิก (Classical migraine):

เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการนำแบบออร่า โดยก่อนปวดศีรษะ อาการออร่าจะเป็นอยู่นาน 5 – 20 นาที (ไม่เกิน 60 นาที) แล้วจะเว้นระยะไปพักหนึ่งก่อนปวดศีรษะ ซึ่งอาการ  ออร่าแบ่งได้เป็นอาการทางตาทางประสาทรับความรู้สึกและทางประสาทสั่งการหรือหลาย ๆ อาการร่วมกัน
– อาการทางตา ที่พบบ่อยคือ การเห็นแสงสว่างเกิดขึ้นเป็นจุด ๆ โดยมีขอบของแสงแบบซิกแซกซึ่งจะเริ่มเกิดตรงกลางก่อนที่จะขยายใหญ่ขึ้น บางครั้งอาจเห็นภาพผิดไปจากความเป็นจริง เช่น ภาพใหญ่ขึ้นจากปกติ เล็กกว่าปกติ เห็นภาพเป็นขาว-ดำ ไม่มีสีร่วมด้วยได้ อาการอื่นเช่น ลานสายตาผิดปกติ เห็นภาพแคบลง หรือภาพตรงกลางหายไป
– อาการเกี่ยวกับประสาทรับความรู้สึก คือมีความรู้สึกผิดปกติที่ผิวหนัง เช่น รู้สึกคัน ชา ซ่า หรือแสบร้อน
– อาการเกี่ยวกับประสาทสั่งการ คือมีความรู้สึกหนักที่แขนขา เหมือนไม่มีแรง แต่ไม่ใช่อัมพาตจริง ๆ

2.อาการไมเกรนแบบพบบ่อย (Common migraine):

เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการนำแบบออร่า แต่มีอาการนำ  อื่น ๆ แทน หรืออาจไม่มีการนำก็ได้ผู้ป่วยจะมีอาการนำก่อนที่จะปวดศีรษะได้นานเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน ได้แก่
– รู้สึกไวกับแสง เสียง หรือกลิ่นมากกว่าปกติ
– รู้สึกเพลีย
– หาวบ่อย หิวบ่อย กินจุ หิวน้ำบ่อย
– ท้องผูก หรือ ท้องเสีย
อาการปวดศีรษะ: ที่เกิดตามมาหลังอาการนำในผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มนี้ จะมีลักษณะดังนี้คือ
– มักเกิดในช่วงที่ผู้ป่วยตื่นอยู่ มีน้อยคนที่จะเกิดในขณะหลับและทำให้ต้องตื่นขึ้นมา
– อาการปวดศีรษะมักปวดข้างเดียว ไม่ขึ้นกับข้างซ้ายหรือขวาเป็นข้างไหนก็ได้ และแต่ละครั้งที่ปวดอาจจะย้ายข้างได้ ลักษณะปวดเป็นแบบตุ๊บ ๆ ความรุนแรงปานกลางหรืออาจปวดรุนแรง โดยมากจะปวดบริเวณขมับศีรษะด้านหน้าและรอบลูกตา ต่อมาอาการปวดจะลามไปด้านหลังของศีรษะและในที่สุดอาจปวดทั้งศีรษะ อาการปวดศีรษะจะเป็นอยู่นาน 4 – 72 ชั่วโมง
– การเคลื่อนไหวร่างกาย หรือการมีกิจกรรมต่าง ๆ จะกระตุ้นให้ปวดมากขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมักชอบอยู่เงียบๆ และการนอนหลับจะทำให้อาการปวดดีขึ้น  อาการอื่น ๆ: ที่อาจพบร่วมกับอาการปวดศีรษะ คือ
– คลื่นไส้ อาเจียน
– เบื่ออาหาร
– ตากลัวแสง
– กลัวเสียง
– มึนศีรษะ เจ็บหนังศีรษะ
– เมื่ออาการปวดศีรษะหายไปแล้วผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการ อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนล้า รู้สึกหมดแรงตามมาได้ หรือในทางตรงกันข้ามอาจรู้สึกสดชื่น กระปรี้ประเปร่าผิดปกติก็ได้
นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยไมเกรนกลุ่มอื่น ๆ ที่พบได้น้อย คือ

1. โรคไมเกรนชนิดมีอัมพาตครึ่งซีกร่วมด้วย

อย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้นว่าโรคชนิดนี้พบมีความผิดปกติของจีนที่ชัดเจนผู้ป่วยกลุ่มนี้พบได้น้อยมาก โดยจะมีอาการนำคือ แขน ขาครึ่งซีกอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาต ร่วมกับมีอาการชาครึ่งซีกพูดไม่ชัดลานสายตาบอดไปครึ่งซีก อาจมีอาการซึมร่วมด้วยได้อาการเหล่านี้จะเป็นอยู่นาน 30 – 60 นาทีแล้วหายไปตามด้วยอาการปวดศีรษะเหมือนไมเกรนทั่ว ๆ ไป
2. โรคไมเกรนชนิดเกิดกับใบหน้า (Facial migraine หรือ Carotidynia)

เป็นโรคไมเกรนที่มักเกิดในคนอายุ 40 – 60 ปี ผู้ป่วยจะไม่ปวดศีรษะ แต่จะปวดบริเวณกรามและคอแทนจะปวดซีกเดียวและปวดแบบตุ๊บๆเหมือนกัน และหลอดเลือดบริเวณลำคอข้างที่ปวดจะเห็นเต้นตามจังหวะหัวใจได้ชัดเจน
3. โรคไมเกรนในเด็ก (Childhood periodic syndrome)

เกิดขึ้นในเด็ก โดยเด็กจะมีอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุน อาเจียนรุนแรง อาการกำเริบขึ้นเป็นช่วง ๆ และเมื่อเด็กโตขึ้นก็จะเป็นโรคปวดศีรษะไมเกรนในที่สุด
4. โรคไมเกรนชนิดเกิดกับสมองส่วนด้านหลัง (Vertebrobasilar migraine)

ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะไม่มีอาการปวดศีรษะเหมือนกลุ่มข้างต้น แต่จะมีอาการอื่น ๆ แทน เช่น มึนงง เวียนศีรษะ พูดไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน และระบบการทรงตัวเสียไป
5. โรคไมเกรนชนิดเป็นอยู่นาน (Status migraine)

คือผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะนานเกิน 72 ชั่วโมงขึ้นไปแพทย์วินิจฉัยโรคไมเกรนได้อย่างไร?
– แพทย์วินิจฉัยโรคไมเกรน จาก
– การซักถามอาการผู้ป่วย และ
– การตรวจร่างกาย
-และมีเกณฑ์การวินิจฉัยเฉพาะโรคไมเกรนที่เป็นสากลใช้กันทั่วโลกซึ่งซับซ้อน จึงไม่ขอกล่าวรายละเอียด แต่ที่สำคัญ คือ ต้องแยกจากอาการปวดศีรษะเรื้อรังชนิดอื่น ๆ ให้ชัดเจนโดยเฉพาะโรคปวดศีรษะจากเครียด (Tension type headache) ซึ่งพบได้บ่อยมากกว่าโรคปวดศีรษะไมเกรนประมาณ 4 เท่า
– เพราะมีวิธีรักษาแตกต่างกัน
– และเพื่อแยกโรคทางระบบประสาทที่สำคัญอื่น ๆ ออกไป เช่น เนื้องอกสมอง เป็นต้น

Posted in โรคไมเกรน

บทความที่เกี่ยวข้อง